วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552

ส่งงานวิชานวัตกรรมเทคโนโลยีในอีเลิร์นนิง (Innovative Technology in e-Learning)

ชื่อ สรวีย์ บรรลือทรัพย์

หน้าที่ในกลุ่ม - ผู้อำนวยความสะดวก (facilitator)

Blog: http://soraweeblog.blogspot.com/

นวัต กรรม web 2.0 ทีนำมาใช้: tag cloud, rss (NEWS), rss (Live Traffic Feed), YouTube, Chat (Cbox), Creative Commons Attribution 3.0 License


เหตุผลที่เลือกใช้นวัตกรรมข้างต้น

tag cloud เพื่อให้สามารถเลือกบทความด้วยป้ายกำกับของบทความได้ ถือเป็นดัชนี หรือสารบัญของบทความได้อีกแบบหนึ่ง

rss (NEWS) ชอบอ่านข่าว จึงขอเอาความชอบตัวเองมาไว้ที่บล็อคอีกอันหนึ่ง

rss (Live Traffic Feed) จะได้ทราบว่าคนที่เข้ามาดูบล็อคเรา มาจากไหนบ้าง แบบประมาณคร่าวๆ ครับ

YouTube ไว้โชว์วีดีโอ ต่อไป YouTube ฉายหนังเป็นเรื่องๆ งานนนี้ละเสร็จผม

Chat (Cbox) ไว้ฝากข้อความถึงกันครับ เหมือนบอร์ดที่บ้านเลย ไม่เจอกันก็จริงแต่มีโน้ตถึงกัน อบอุ่นไปอีกแบบ หรือจะแชทกันก็ไม่ผิดกติกา

Creative Commons Attribution 3.0 License บอกให้โลกรู้ไปเลยว่า ลอกเค้ามาเหมือนกัน เอ้ย...ไม่ใช่ ให้ลอกได้เหมือนกัน

งานส่งครบมั้ยละครับนี่

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

ความหมายของนวัตกรรม

คำว่า "นวัตกรรม" หรือ นวกรรม มาจากคำภาษาอังกฤษว่า "Innovation" โดยคำว่า นวัตกรรม มีรูปศัพท์เดิมมาจากภาษาบาลี คือ นว+อตต+กรรม กล่าวคือ นว แปลว่า ใหม่ อัตต แปลว่า ตัวเอง และกรรม แปลว่า การกระทำ เมื่อรวมคำ นว มาสนธิกับ อัตต จึงเป็น นวัตต และ เมื่อรวมคำ นวัตต มาสมาส กับ กรรม จึงเป็นคำว่า นวัตกรรม แปลตามรากศัพท์เดิมว่า การกระทำที่ใหม่ของตนเอง หรือ การกระทำของตนเองที่ใหม่ (เสาวณีย์ สิกขาบัณฑิต, 2528)

ส่วนคำว่า "นวกรรม" ที่มีใช้กันมาแต่เดิม มีรากศัพท์เดิมมาจากคำว่า นว แปลว่า ใหม่ กรรม แปลว่า การกระทำ จึงแปลตามรูปศัพท์เดิมว่าเป็นการปฏิบัติหรือการกระทำใหม่ๆในความหมาย โดยทั่วไปแล้วสิ่งใหม่ๆ อาจหมายถึงความคิด วิธีปฏิบัติ วัตถุหรือสิ่งของที่ใหม่ ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน คำว่านวัตกรรมนี้อาจมีผู้ใช้คำอื่นๆ อีก เช่น นวัตกรรม ความจริงแล้วก็เป็นคำ ๆ เดียวกันนั่นเอง

Hughes (1971) อธิบายว่า นวัตกรรม เป็นการนำวิธีการใหม่ ๆ มาปฏิบัติหลังจากได้ผ่านการทดลองหรือได้รับการพัฒนามาเป็นขั้น ๆ แล้ว โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. การคิดค้น (invention)
2. การพัฒนา (Development)
3. นำไปปฏิบัติจริง ซึ่งมีความแตกต่างจากการปฏิบัติเดิมที่เคยปฏิบัติมา

Everette M. Rogers (1983) ได้ให้ความหมายของคำว่า นวัตกรรม (Innovation) ว่า นวัตกรรมคือ ความคิด การกระทำ หรือวัตถุใหม่ ๆ ซึ่งถูกรับรู้ว่าเป็นสิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวบุคคลเแต่ละคนหรือหน่วยอื่น ๆ ของการยอมรับในสังคม(Innovation is a new idea, practice or object, that is perceived as new by the individual or other unit of adoption)

Professor Dr. Everette M. Rogers บรรยายพิเศษเรื่อง Diffusion of internet ที่ห้องประชุมคณะนิเทศศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543 การพิจารณาว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นนวัตกรรมนั้น Everette M. Rogers ได้ชี้ให้เห็นว่าขึ้นอยู่กับการรับรู้ของแต่ละบุคคลหรือกลุ่มบุคคลว่าเป็น สิ่งใหม่สำหรับเขา ดังนั้นนวัตกรรมของบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจไม่ใช่นวัตกรรมของบุคคลกลุ่ม อื่น ๆ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการรับรู้ของบุคคลนั้นว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขาหรือไม่ อีกประการหนึ่งความใหม่ (newness) อาจขึ้นอยู่กับระยะเวลาด้วย สิ่งใหม่ๆ ตามความหมายของนวัตกรรมไม่จำเป็นจะต้องใหม่จริงๆ แต่อาจจะหมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นความคิดหรือการปฏิบัติที่เคยทำกันมา แล้วแต่ได้หยุดกันไประยะเวลาหนึ่ง ต่อมาได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาทำใหม่เนื่องจากเห็นว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาใน สภาพการณ์ใหม่นั้นได้ ก็นับว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งใหม่ได้ ดังนั้น นวัตกรรมอาจหมายถึงสิ่งใหม่ๆ ดังต่อไปนี้

1 สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีผู้ใดเคยทำมาก่อนเลย
2 สิ่งใหม่ที่เคยทำมาแล้วในอดีตแต่ได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่
3 สิ่งใหม่ที่มีการพัฒนามาจากของเก่าที่มีอยู่เดิม

ความสำคัญของนวัตกรรมการศึกษา

นวัต กรรมมีความสำคัญต่อการศึกษาหลายประการ ทั้งนี้เนื่องจากในโลกยุคโลกาภิวัตน์ Globalization มีการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความก้าวหน้าทั้งด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ การศึกษาจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาเปล่ยนแปลงจากระบบการศึกษาที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการศึกษาบางอย่างที่เกิดขึ้นอย่างมี ประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงทางด้านการศึกษาจึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมการ ศึกษาที่จะนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการศึกษาในบางเรื่อง เช่น ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับจำนวนผู้เรียนที่มากขึ้น การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย การผลิตและพัฒนาสื่อใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อตอบสนองการเรียนรู้ของมนุษย์ให้เพิ่มมากขึ้นด้วยระยะเวลาที่สั้น ลง การใช้นวัตกรรมมาประยุกต์ในระบบการบริหารจัดการด้านการศึกษาก็มีส่วนช่วยให้ การใช้ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

กล่าวโดยสรุป นวัตกรรมการศึกษาเกิดขึ้นตามสาเหตุใหม่ ๆ ดังต่อไปนี้

1 การเพิ่มปริมาณของผู้เรียนในระดับชั้นประถมศกษาและมัธยมศึกษาเป็นไปอย่าง รวดเร็ว ทำให้นักเทคโนโลยีการศึกษาต้องหานวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อให้สามารถสอนนักเรียนได้มากขึ้น
2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว การเรียนการสอนจึงต้องตอบสนองการเรียนการสอนแบบใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้เร็วและเรียนรู้ได้มากในเวลาจำกัดนัก เทคโนโลยีการศึกษาจึงต้องค้นหานวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้
3 การเรียนรู้ของผู้เรียนมีแนวโน้มในการเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น ตามแนวปรัชญาสมัยใหม่ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นวัตกรรมการศึกษาสามารถช่วยตอบสนองการเรียนรู้ตามอัตภาพ ตามความสามารถของแต่ละคน เช่นการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน Computer Assisted Instruction หรือ CAI การเรียนแบบศูนย์การเรียน เป็นต้น
4 ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีโทรคมนาคม ที่ส่วนผลักดันให้มีการใช้นวัตกรรมการศึกษาเพิ่มมากขึ้น เช่น เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทำให้คอมพิวเตอร์ มีขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก เทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดการสื่อสารไร้พรมแดน นักเทคโนโลยีการศึกษาจึงคิดค้นหาวิธีการใหม่ ๆ ในการประยุกต์ใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นฐานในการเรียนรู้ ที่เรียกว่า "Web-based learning" ทำให้สามารถเรียนรู้ในทุกที่ทุกเวลาสำหรับทุกคน (Any where, Any time for Everyone)

การใช้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเป็นไปอย่างกว้างขวาง ในวงการศึกษาคอมพิวเตอร์มิใช่เพียงแต่สิ่งอำนวยความสะดวกในสำนักงานเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นสื่อหรือเป็นเครื่องมือสร้างสื่อได้อย่างสวยงามเหมือนจริง และรวดเร็วมากกว่าก่อน นักเทคโนโลยีการศึกษาจึงศึกษาวิจัยบทบาทของนวัตกรรมทางด้านการผลิตและการใช้ สื่อใหม่ ๆ ตามศักยภาพของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้นเช่น คอมพิวเตอร์กราฟิก ระบบมัลติมีเดีย วิดีโอออนดีมานด์ (Video-on-Demand) การประชุมทางไกล (Teleconference) อี-เลินนิ่ง (e-Learning) อี-เอ็ดดูเคชั่น (e-Education) เป็นต้น

ที่มา : http://www.sirikase.com/smf/index.php?topic=75.0

ข้อมูลเพิ่มเติม

ลิ้งค์ที่ 1.

ลิ้งค์ที่ 2.

ลิ้งค์ที่ 3.

เทคโนโลยี Web 2.0 คืออะไร

ข้อมูลเพิ่มเติม

ลิ้งค์ที่ 1

ลิ้งค์ที่ 2

ลิ้งค์ที่ 3

ลิ้งค์ที่ 4

ลิ้งค์ที่ 5

Web 2.0 กับการการเรียนรู้เพื่อสร้างปัญญาสาธารณะ

Web2.0 ถึงยุคแบ่งปัน

จาก Web 2.0 สู่ Web 3.0 ความเหมือนที่แตกต่าง

Web 2.0 ...The Machine is Us/ing Us

Web 1.0 vs Web 2.0

Web 3.0, Web 2.0, and Web 1.0

เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web)

เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web)

เวิลด์ ไวด์เว็บ นิยมเรียกสั้นๆ ว่าเว็บ หรือ WWW ถือเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดบนอินเทอร์เน็ตเพราะสามารถแสดงสารสนเทศต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น นิตยสารหรือหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ข้อมูลด้านดนตรีกีฬา การศึกษา ซึ่งสามารถนำเสนอได้ทั้งภาพ เสียง รวมถึงภาพเคลื่อนไหว เช่นแฟ้มภาพวีดิทัศน์หรือตัวอย่างภาพยนตร์ และการสืบค้นสารสนเทศในเวิลด์ไวด์เว็บนั้นจำเป็นต้องอาศัยโปรแกรมค้นดูเว็บ (web browser) ในการเข้าถึงแหล่งข้อมูล โดยที่เว็บกับโปรแกรมค้นผ่านจะทำหน้าที่รวบรวมและกระจายเอกสารที่เครือข่าย ที่ทำไว้

เกตส์ (Gates, 1995) ได้กล่าวถึงเว็บไว้ว่า นอกเหนือจากการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการแลกเปลี่ยนเอกสารกันแล้ว อินเทอร์เน็ตยังสนับสนุนสืบค้นข้อมูล อันเป็นโปรแกรมการใช้งานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแบบหนึ่งนั่นคือเวิลด์ไว ด์เว็บ ซึ่งหมายถึงเครื่องบริการเว็บที่ต่อเชื่อมเข้ากับอินเทอร์เน็ตโดยมีข่าวสาร เป็นภาพกราฟิก เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องบริการเว็บประเภทนั้น จอภาพจะปรากฏข่าวสารพร้อมด้วยการเชื่อมโยง เมื่อเลื่อนเมาส์ไปคลิกที่จุดเชื่อมโยงใดๆ ก็จะเป็นการเปิดไปสู่อีกหน้าหนึ่งที่มีข่าวสารเพิ่มเติมพร้อมทั้งการเชื่อม โยงจุดใหม่อื่นๆ ซึ่งข่าวสารหน้าใหม่นี้อาจจะอยู่ในเครื่องบริการเว็บเดียวกันหรืออาจเป็น เครื่องบริการเว็บอื่นๆ ในอินเทอร์เน็ต

กิดา นันท์ มลิทอง (2540) ได้กล่าวถึงเวิลด์ไวด์เว็บว่า เป็นบริการสืบค้นสารสนเทศที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตในระบบข้อความหลายมิติ (hypertext) โดยคลิกที่จุดเชื่อมโยง เพื่อเสนอหน้าเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสารสนเทศที่นำเสนอจะมีรูปแบบทั้งในลักษณะของตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง การเข้าสู่ระบบเว็บจะต้องใช้โปรแกรมทำงานซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้กันใน ปัจจุบัน ได้แก่ เน็ตสเคป นาวิเกเตอร์ (NetscapeNavigator), อินเทอร์เน็ต เอ็กซพลอเรอร์ (Internet Explorer) มอเซอิก (Mosaic) โปรแกรมเหล่านี้ช่วยให้การใช้เว็บในอินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น

ความเป็นมาของเวิลด์ไวด์เว็บ

ปี พ.ศ.2533 นักวิทยาศาสตร์จากห้องทดลองของสถาบันเซิร์น (CERN) ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการฟิสิกส์แห่งยุโรป ในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คือ ทิม เบิร์นเนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee) ได้สร้างระบบการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่าไฮเพอร์เท็กซ์ (hypertext) ซึ่งผลที่ได้ทำให้มีการสร้างโพรโทคอลแบบ HTTP (Hypertext Transport Protocol) ขึ้น เพื่อใช้ในการส่งสารสนเทศต่างๆ โดยจะถูกจัดอยู่ในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า HTML (HyperText Markp Language) ซึ่งการสื่อสารและการสืบค้นสารสนเทศในรูปแบบใหม่นี้ทำให้มนุษย์สามารถติดต่อ สื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ และเสียง (จิตเกษม พัฒนาศิริ, 2540)

จากการ วิจัยดังกล่าว ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นและสร้างสรรค์รูปแบบเพื่อสื่อสารระหว่างมนุษย์ด้วย กันโดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นตัวเชื่อมโยง ทำให้เวิลด์ไวด์เว็บกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้การติดต่อสื่อสารและการนำเสนอ ผ่านเครือข่ายทิ่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้วในขณะนี้

เว็บไซต์ เว็บเพจและโฮมเพจ

เว็บไซต์ เว็บเพจและโฮมเพจ ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของเว็บ เนื่องจากเมื่อเข้าไปในเว็บแล้วสารสนเทศหรือข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการสืบค้นก็คือหน้าของเอกสารที่ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งรายละเอียดของแต่ละส่วนมีดังนี้

เว็บไซต์ (Web site)

ปิยวิท เจนกิจจาไพบูลย์ (2540) ได้กล่าวว่า เว็บไซต์ ถูกเรียกเป็นตำแหน่งที่อยู่ของผู้ที่มีเว็บเพจเป็นของตัวเองบนระบบอิน เทอร์เน็ต ซึ่งได้จากการลงทะเบียนกับผู้ให้บริการเช่าพื้นที่บนระบบอินเทอร์เน็ตเมื่อ ลงทะเบียนในชื่อที่ต้องการแล้ว ก็สามารถจัดทำเว็บเพจและส่งให้ศูนย์บริการนำขึ้นไปไว้บนอินเทอร์เน็ตซึ่งถือ ว่ามีเว็บไซต์เป็นของตนเองแล้ว และเว็บไซต์ก็คือแหล่งที่รวบรวมเว็บเพจจำนวนมากมายหลายหน้าในเรื่องเดียวกัน มารวมอยู่ด้วยกัน แต่สิ่งหนึ่งในการเสนอเรื่องราวที่อยู่บนเว็บไซต์ที่แตกต่างไปจากโปรแกรม โทรทัศน์ เนื้อหาในนิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ เนื่องจากการทำงานบนเว็บจะไม่มีวันสิ้นสุด ทั้งนี้เนื่องจากเราสามารถเปลี่ยนแปลงและเพิ่มสารสนเทศบนเว็บไซต์ได้ตลอด เวลา และแต่ละเว็บเพจจะมีการเชื่อมโยงกันภายในเว็บไซต์หรือไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถอ่านได้ในเวลาอันรวดเร็ว (กิดานันท์ มลิทอง,2542)

นิรุธ อำนวยศิลป์ (2542) กล่าวถึงเว็บไซต์ว่า เป็นชื่อเรียก Host หรือ Server ที่ได้จดทะเบียนอยู่ในเวิลด์ไวด์เว็บ ซึ่งก็คือชื่อชื่อ Host ที่ถูกกำหนดให้มีชื่อในเวิลด์ไวด์เว็บ และขึ้นต้นด้วย http และมีโดเมนหรือนามสกุลเป็น .com, .net, .org หรืออื่นๆ

เว็บเพจ (Web page)
สำนัก งานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (2540) ได้ให้ความหมายของเว็บเพจไว้ดังนี้ เว็บเพจ คือหน้าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บนเว็บ ที่เจ้าของเว็บเพจ ต้องการจะใส่ลงไปในหน้าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นั้น เช่น ข้อมูลแนะนำตัวเองซึ่งอาจเป็นบุคคลหรือองค์กรที่ต้องการให้ผู้อื่นได้ทราบ หรือข้อมูลที่น่าสนใจ เป็นต้น โดยที่ข้อมูลที่แสดงเป็นได้ทั้งข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวและข้อมูลที่นำเสนอสามารถเชื่อมโยงในรูปของไฮเพอร์เท็กซ์ คือ เชื่อมโยงไปยังเว็บเพจอื่นที่จะให้ข้อมูลนั้นๆ ในระดับลึกลงไปได้เรื่อยๆและเว็บเพจจะต้องมีที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์บนเครือ ข่ายเฉพาะของตน ซึ่งแหล่งที่อยู่นี้เรียกว่า URL (Uniform ResourceLocator)

แมทธิว (Matthews, 1997) ได้ให้ความหมายของเว็บเพจว่า เป็นแฟ้มข้อความที่อยู่ในรูปของ Hyper Text Markup Language (HTML) ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปสู่แฟ้มข้อมูลและเว็บเพจอื่นๆ โดยที่แฟ้มข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในเครื่องบริการเว็บ (web server) และสามารถที่เข้าถึงแฟ้มข้อมูลได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับเครื่องบริการเว็บ โดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือระบบแลน (LAN)

นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าถึงแฟ้มข้อมูลได้โดยการใช้โปรแกรมค้นดูเว็บ (web browser) โดยที่โปรแกรมจะทำการดาวน์โหลดข้อมูลมายังเครื่องคอมพิวเตอร์ และแปลคำสั่งของ HTML แล้วแสดงผลออกทางจอคอมพิวเตอร์

ส่วนอีกความหมายหนึ่งของเว็บเพจ คือ รูปแบบการปฏิสัมพันธ์ของการสื่อสารโดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยส่วนประกอบสำคัญของเว็บเพจมีสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นปฏิสัมพันธ์ และส่วนที่เป็นสื่อประสมสำหรับส่วนที่เป็นสื่อประสมนั้นจะประกอบไปด้วย ตัวอักษร เสียง ภาพเคลื่อนไหว และแฟ้มวีดิทัศนซึ่งทั้งหมดนี้จะประกอบกันเพื่อนำเสนอเนื้อหา และในส่วนที่เป็นปฏิสัมพันธ์ เนื่องจากผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลหรือคำสั่งไปยังเว็บไซต์ที่ถูกควบคุมด้วย บริการเว็บอีกทอดหนึ่ง ในแต่ละเว็บเพจจะมีที่อยู่เว็บที่เรียกว่าUniform Resource Locator (URL) โดยที่อยู่เว็บ จะปรากฏในช่อง Address (เป็นส่วนของกล่องข้อความและ drop-down) ที่ส่วนบนของจอภาพ

โดยที่อยู่เว็บนั้นเปรียบเสมือนทางผ่านบนอินเทอร์เน็ตเพื่อไปยังเว็บเพจที่ต้องการ เช่นเดียวกับการค้นหาแฟ้มต่างๆ ในคอมพิวเตอร์

กิตติ ภักดีวัฒนกุล (2540) ได้กล่าวถึงส่วนประกอบของเว็บเพจว่า มีส่วนประกอบต่างๆ ที่จำเป็นดังนี้ ดังนี้
1. Text เป็นข้อความปกติ โดยเราสามารถตกแต่งให้สวยงามและมีลูก เล่นต่างๆ ดังเช่นโปรแกรมประมวลคำ
2. Graphic ประกอบด้วยรูปภาพ ลายเส้น ลายพื้น ต่างๆ มากมาย
3. Multimedia ประกอบด้วยรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว และแฟ้มเสียง
4. Counter ใช้นับจำนวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บเพจของเรา
5. Cool Links ใช้เชื่อมโยงไปยังเว็บเพจของตนเองหรือเว็บเพจของคนอื่น
6. Forms เป็นแบบฟอร์มที่ให้ผู้เข้าเยี่ยมชม กรอกรายละเอียด แล้วส่งกลับ มายังเรา
7. Frames เป็นการแบ่งจอภาพเป็นส่วนๆ แต่ละส่วนก็จะแสดงข้อมูลที่แตก ต่างกันและเป็นอิสระจากกัน
8. Image Maps เป็นรูปภาพขนาดใหญ่ ที่กำหนดส่วนต่างๆ บนรูป เพื่อเชื่อมโยง ไปยังเว็บเพจอื่นๆ
9. Java Applets เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปเล็กๆ ที่ใส่ลงในเว็บเพจ เพื่อให้การใช้งาน เว็บเพจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจาก ส่วนประกอบดังกล่าวแล้ว องค์ประกอบที่นิยมใส่ไว้ในเว็บเพจอีก 2 ส่วนได้แก่ 1) สมุดเยี่ยม(guestbook) และ 2) เว็บบอร์ด (webboard) ที่ช่วยให้เว็บเพจกลายเป็นสื่อที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับผู้สร้าง และระหว่างผู้ใช้ด้วยกันเอง โดยอาศัยหลักการที่เรียกว่า Common Gateway Interfaceหรือ เรียกสั้นๆ ว่า CGI โดยมีรายละเอียดดังนี้

Common Gateway Interface (CGI)

เป็น มาตรฐานที่ผู้ที่เข้าไปใช้ข้อมูลในเครื่องบริการเว็บในอินเทอร์เน็ต สามารถสืบค้นข้อมูลในฐานข้อมูลเช่น หัวข้อข่าวต่างๆ หรือบทความทางวิชาการ รายชื่อหนังสือ หรือการสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับบริการต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่ง CGI จะทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการพิมพ์ข้อมูลของผู้เยี่ยมชมและแสดงผล ออกมาทางเว็บเพจ ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีระบบการใช้งาน CGI ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกคือ http://www.yahoo.com/

สมุดเยี่ยม (Guestbook)

สมุดเยี่ยม ทำหน้าที่คล้ายๆ กับสมุดบันทึก เมื่อมีผู้เข้ามาเยี่ยมและเมื่อผู้ชมได้เขียนคำติ-ชมหรือความคิดเห็นต่างๆ ลงในแบบฟอร์มที่ได้จัดทำได้ โปรแกรมก็จะทำการประมวลผลโดย CGIและแสดงผลที่ผู้เขียนได้บันทึกไว้ออกมาทางเว็บเพจที่เรากำหนดไว้

เว็บบอร์ด (Webboard)

เว็บบอร์ด เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้เว็บกลายเป็นที่นิยม โดยเว็บบอร์ดทำหน้าที่คล้ายๆ กับการให้ผู้เข้าเยี่ยมชมร่วมแสดงความคิดเห็น ทัศนะต่างๆ ตามที่มีการตั้งหัวข้อหรือกระทู้เอาไว้ ตัวอย่างเว็บบอร์ดที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของไทยคือเว็บไซต์ http://www.pantip.com/ ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้เข้าใช้บริการราวประมาณ 30,000 คน



ภาพที่ 2 ตัวอย่างสมุดเยี่ยม


ภาพที่ 3 ตัวอย่างเว็บบอร์ด

โฮมเพจ (Home page)

โดย ทั่วไปแล้วในแต่ละเว็บไซต์จะมีโฮมเพจ หรือ หน้าต้อนรับ (welcome page) ซึ่งปรากฏเป็นหน้าแรกเมื่อเปิดเว็บไซต์นั้นขึ้นมา เปรียบเสมือนกับสารบัญและคำนำ ที่เจ้าของเว็บไซต์สร้างขึ้นเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์องค์กรของตนว่าให้บริการ ในสิ่งใดบ้าง (กิดานันท์ มลิทอง, 2542)นอกจากนี้ภายในโฮมเพจก็อาจมีเอกสารข้อความที่เชื่อมโยงต่อไปยังเว็บเพ จอื่นได้อีก ซึ่งโฮมเพจ สามารถเชื่อมโยงกับเว็บเพจและเว็บไซต์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมากได้ (งามนิจ อาจรินทร์, 2542)

ภาพที่ 3 ตัวอย่างเว็บบอร์ด

จาก ที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าความหมายเว็บไซต์ เว็บเพจ และโฮมเพจนั้นมีลักษณะ คล้ายกันคือเป็นหน้าเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์โดยอาศัย ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เรียกกันว่าเวิลด์ไวด์เว็บเป็นตัวกลางเชื่อม โยงระหว่างผู้ทำเว็บกับผู้ชม โดยเว็บไซต์นั้นเปรียบเสมือนศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารขององค์กรหรือหน่วยงาน โดยมีเว็บเพจทำหน้าที่อธิบายขยายความในแต่ละส่วน และโฮมเพจถือเป็นส่วนที่ต้อนรับและบอกกล่าวกับผู้มาชมว่าข้อมูลข่าวสารที่ ผู้ชมต้องการนั้นอยู่ในส่วนไหนของเว็บไซต์
ที่มา http://www.jobpub.com/articles/showarticle.asp?id=1113

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก


ความทรงจำในอดีตที่เลวร้ายเกี่ยวกับเกาะช้าง ทำให้ผมรู้สึกในด้านลบกับการท่องเที่ยวเกาะช้าง เนื่องจากโดนโขกกาแฟ 3 in 1 ถ้วยละหกสิบกว่าบาท ข้าวผัดจานหยิบมือจานละร้อยกว่าบาทครั้งเมื่อเกือบสิบกว่าปีที่แล้ว ทำให้เข็ดหลาบที่จะเดินทางไปเยือนเกาะแห่งนี้เป็นครั้งที่ 2 ไม่กล้าที่ย่างก้าวเหยียบผืนแผ่นดินแห่งนี้อีกเลยตั้งแต่นั้น ความรู้สึกว่าโดนปล้นครั้งก่อน ฝังเข้าลึกในหัวใจสุดขั้วจริงๆ

ปี 2551 กระทรวง ICT ได้จัดตั้งศูนย์ ICT ชุมชนที่หมู่บ้านบางเบ้า ตำบลเกาะช้างใต้ เมื่อได้เจอะผู้ดูแลศูนย์ที่นี่ สิ่งที่อยู่ในใจก็ถูกบอกกล่าวเป็นคำพูดให้เจ้าของท้องที่ทราบ ว่าเหตุการณ์โจรปล้นนักท่องเที่ยวมันมีอยู่จริงแม้กระทั่งคนที่พูดภาษาไทย แต่ก็ได้รับคำเชิญชวนกลับมาว่า "ลองไปอีกครั้งสิค่ะ"


นั่นคือจุดเริ่มต้นของการฝ่าดงความทรงจำเลวร้ายเกี่ยวกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นหลังจากข้อความนี้ โปรดติดตามเรื่องราวการผจญภัยของพวกเราได้ ณ บัดนี้ เตร๊ง เตรง เตร่ง เตร๊ง เตรง เตร่ง เตร๊ง เตรง เตรง .......Tongue out

ความเดิมมีว่าเมื่อครั้งการสัมนา MICT4U ของกระทรวง ICTที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 ก.พ. 2552 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี ผมได้พบพูดคุยกับคุณตุ้ย และคุณน้องผู้ดูแลศูนย์ ICT ชุมชนตำบลเกาะช้างใต้ ได้มีการพูดคุยกันถึงทำอย่างไรจะทำให้ ศูนย์ ICT ชุมชนตำบลเกาะช้างใต้มีส่วนพัฒนาศักยภาพของชุมชนมากกว่าการอบรมคอมพิวเอตร์ หรือว่าเป็นสถานที่สำหรับใช้งานค้นหาข้อมูลเฉยๆ ผลการพูดคุยที่ลานหาดทรายริมทะเลก็ได้ผลสรุปว่า ในเมื่อเกาะช้างมีขุมทรัพย์เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว ก็น่าจะทำอะไรๆ ที่สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวทราบข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ที่กินต่างๆ ให้เท่าทันก่อนที่จะท่องเที่ยวบนเกาะ จะได้ไม่ต้องมีประสบการณ์เลวร้ายอย่างผม Cry โดยเบื้องต้นได้ขอแรงทีมงานของบางเพรียงช่วยไปเหยียบเกาะ และเก็บเรื่องราวการท่องเที่ยวที่นั่นมานำเสนอในรูปแบบไหนก็ว่าไป....(เค้าเรียกว่างานเข้าเลยใช่ไหมแบบนี้)

เมื่อเสร็จงานสัมนาก็กลับมาปรึกษาทีมงาน ก็เป็นอันโอเค พอดีว่าทีมบางเพรียงได้มีโอกาศรู้จักผู้มีฝีมือเรื่องการถ่ายภาพและวีดีโอจากศูนย์ ICT ชุมชนเทศบาลตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี (ศูนย์ใหม่ปี 2552) คือ ท่าน ผอ.เนตร รอดประชา และอีกท่านก็คือพี่ตี๋ โชเฟอร์ตีนระเบิด สุดยอดแห่งการขับรถ ก็เลยขอแรงกันต่ออีกทอด สรุปก็เลยได้ทีมงานไปกัน 4 คน คือ ท่าน ผอ.เนตร พี่ตี๋ ครูตู๋ และผม ส่วนผู้ดูแลศูนย์ของบางเพรียงอีกท่านคือ ครูไพทูลย์ พอดีว่าต้อดูแล เตรียมการอบรม ICT-SIPA จึงเป็นอันต้องสละสิทธิ์ไปคนหนึ่ง

เกริ่นนำมาก็หลายบรรทัด เอาเป็นว่า ความเป็นมาคร่าวๆ ละกันครับ ลำดับต่อจากนี้ไป ขอเชิญชมลำดับภาพกิจกรรมที่ 3 ศูนย์จับมือเพื่อความยั่งยืนของเครือข่ายของ ICT ชุมชน และแนวคิดเล็กๆ ที่อาจจะจุดประกายให้หลายๆ ศูนย์ฯ ที่ตั้งใจไว้แล้ว ได้ลงมือทำให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่พวกเราทำกัน......


ดึกๆ คืนวันที่ 25 มีนาคม 2552 ทีมงานศูนย์ ICT ชุมชนเทศบาลตำบลหนองเสือประกอบด้วย ท่าน ผอ.เนตร รอดประชา และพี่ตี๋ ออกเดินทางจากปทุมธานี และก็มาแวะรับครูตู๋กับผม ประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ แล้วพวกเราก็มุ่งสู่จังหวัดตราด ตามประมาณการณ์คาดว่าคงถึงประมาณตี 4 ตี 5 และก็งีบบนรถสักงีบก็ได้ขึ้นเรือแล้ว แต่โชว์เฟอร์ตีนระเบิดของทีมงานเราขับฝ่าพายุมาถึงตราดประมาณตี 3 เป็นไงหล่ะท่านผู้ชม ประมาณว่ามาถึงเร็วไปหรือเปล่าละนี่ เพราะเรื่อเที่ยวแรกออก 6 โมงเช้า ก็เลยต้องเดือดร้อนโทรประสานหาที่หลับนอน ได้รับความอนุเคราะห์จากน้องเบียร์ (ศูนย์ฯ วัดสุวรรณมงคล) ให้ที่พักเราได้หลับนอนล้างหน้าล้างตา ทีมงานต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เช้าวันที่ 26 ตื่นขึ้นมาด้วยความอยากที่จะสัมผัสพื้นดินเกาะช้างอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ลืมไปเก็บบรรยากาศตรงแหลมงอบซะหน่อย เอาเป็นว่าแหลมงอบเป็นจุดแรกของทริปครั้งนี้ด้วยแล้วกันครับ


สรวีย์ บรรลือทรัพย์ ลำดับเรื่องราว

ผอ.เนตร, พี่ตี๋, ครูตู๋, สรวีย์ ภาพ

พี่ตี๋ โชว์เฟอร์ใจดี

kohchangtai thaitelecentre (คุณตุ้ย, คุณน้อง) งบประมาณการถ่ายทำ

ศูนย์การเรียนรู้ ICTชุมชนตำบลบางเพรียง, เทศบาลหนองเสือ, เกาะช้างใต้ เครือข่ายความร่วมมือ


เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

คุณน้อง และน้องโอ๋ มารอรับพวกเราขึ้นเกาะ ตอนแรกกำหนดขึ้นเรือ 6 โมงเช้า แต่ดูๆ จากท่าทางการโพสของนายแบบ และนางแบบแล้วคงไม่ทันเที่ยว 6 โมงเป็นแน่

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

จากแหลมงอบมายังท่าเรือใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในรูปเป็นบรรยากาศยามเช้าๆ พร้อมกับพาหนะคู่ใจของทริปนี้ ที่พาพวกเราไปไม่มีบ่น แรงเหลือหลายจริงๆ ตามกำหนดการครั้งแรกที่จะขึ้นเรือ 6 โมงเช้า เตร็ดเตร่ไปเรื่อย เอาจริงๆ ได้ขึ้นเที่ยว 8 โมงครับ


เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

บรรยากาศบนเรือเฟอร์รี่ ช่วงเช้าคนค่อนข้างเยอะครับ ส่วนใหญ่เป็นนักม่องเที่ยว สังเกตจากภาษาที่พูด ฟังแล้วไม่ใช่คนแถวนี้ รวมทั้งพวกเรา มะม่วงในภาพเห็นราคาแล้วสยอง เก็บท้องไว้กลับไปกินที่บ้านดีกว่ามังครับ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

พอขึ้นจากเรือได้เลี้ยวขวาเข้ามาประมาณ 3 นาที เป็นจุดแรกบนเกาะที่พวกเราแวะก็คือ ศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง ซึ่งศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง (เฮียตี้กง) มีตำนานเล่าว่าเป็นพี่น้อง 12 คนที่ถูกฆ่าตายในเรือสำเภา ตำนานนี้เป็นของคนจีนไหหลำ เพราะคนจีนไหหลำเป็นผู้อัญเชิญมาสถิตย์ที่ศาล ศาลนี้สร้างมากว่า 100 ปีแล้ว เป็นที่เคารพบูชาของคนเกาะช้างโดยทั่วไป

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

จุดต่อไปตามโปรแกรมที่คุณน้องได้ประสานไว้ก็คือ ชมรมเรื่องเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดยกลุ่มชาวบ้านที่ปกติมีอาชีพหาปลา ประมงชายฝั่งอยู่แล้ว โดยถูกกระแสนายทุนรุกล้ำ ประกอบกับปลา หรือสัตว์น้ำในทะเลก็ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ทุกวัน จึงได้รวมตัวกันเพื่อนำเรือพานักท่องเที่ยว ไปท่องเที่ยวตามจุด หรือสถานที่สำคัญๆ ในระหว่างนั่งเรือไปยังสถานที่ต่างๆ ลุงชด (เสื้อขาว) ไกด์ท้องถิ่นประจำทริปของเราก็เล่าความเป็นมาของจุดท่องเที่ยวแต่ละที่ เกือบจะเรียกได้ว่าทุกโขดหินมีเรื่องราว ฟังแล้วทำให้การเที่ยวที่แสนธรรมดากลับกลายเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ชาติไทยไปเสียได้

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

จุดนี้เป็นจุดดำน้ำดูปะการัง ยืนยันว่าน้ใสมากนั่งในเรือมองเห็นปะการังข้างล่างชัดเจนเลย เสียดายมากๆ ไม่ได้ดำดูปะการัง เนื่องจากเวลาจำกัดเหลือเกิน

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เห็นภาพก็รู้สึกสดชื่นแล้วใช่ไหมครับ จุดนี้ยังไม่นักท่องเที่ยวขาจรไปกันน้อยครับ เพราะยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก ทะเลยังสะอาด ปะการังยังสมบูรณ์มาก เพราะชาวบ้านเค้าตื่นตัวกัน

หากใครสนใจสามารถติดต่อทริปการท่องเที่ยวชุดนี้ได้ที่คุณพี่ดนัย ชมรมเรือเล็ก โทร. 0898035092 ร่วมกับสนับสนุนการท่องเที่ยวของชุมชนนะครับ ประกันความประทับใจ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

นอกจากสถานแหล่งท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ แล้ว ที่ตั้งของชมรมเรือเล็ก ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงอยู่แล้ว ลุงชดบอกว่า ทุก 8 โมงเช้าของทุกวัน จะมีของทะเลสดๆ ขายที่ท่าเรือของชุมชน เสียดายเราไปสายกัน ไม่ได้รูปเหล่านี้มา ก็เลยได้แต่เก็บภาพชุมชนมาให้ชมแล้วกัน ซึ่งก็น่าสนใจไปอีกแบบหนึ่ง ถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่กำลังนิยมกันเลย

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ขึ้นจากเรือ เดินไปไม่ไกลก็พบกับกลุ่มชาวบ้าน นั่งทำกะปิ ของดีเกาะช้าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยากแนะนำ ขอบอกว่ากะปิที่นี่รสชาติดีจริงๆ ครับ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ต่อมาก็เป็นบ้านควาญช้าง ที่นี่ให้บริการนั่งช้างชมป่า ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติชอบมากเลยครับ หากใครไม่เคยนั่งช้างชมป่า หากมีโอกาสไปเกาะช้างต้องไปที่นี่ให้ได้นะครับ เพราะตรงจุดให้บริการ ธรรมชาติยังสมบูรณ์มากๆ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ระหว่างทางที่เราเดินทางไปยังชุมชนชาวประมงบางเบ้า (ที่พัก) เราพบกับจุดชุมวิวไก้เบ้ บรรยากาศและทิวทัศน์สวยงาม ตามภาพประกอบเลยครับ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ถึงแล้วครับชุมชนชาวประมงบางเบ้า ปลายทางสุดของเส้นทางเมื่อท่านเลี้ยวขวาขึ้นจากเรื่องเฟอร์รี่ บนเกาะช้างมีเซเว่น ป้ายบอกเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่จริงๆแล้วเปิดตามเวลา เปิดประมาณ 7 โมงเช้า 5 ทุ่มก็ปิด ผู้คนที่นี่เค้านัดเจอกันหลังเซเว่นปิดได้จริงๆ นะครับ ไม่ใช่แค่มุขขำๆ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

บรรยากาศของบางเบ้าเย็นๆ ตรงช่องเขาขาดบรรยากาศตอนเย็นสวยมากๆ มีทางเดินเลียบเขาให้เดินไปชมตะวันตกดินด้วย สุดยอกบรรยากาศจริงๆ



วันที่ 2 ของทริปนี้ อากาศมืดครื้มแต่เช้าเชียว สงสัยฝนจกตกแน่ๆ วันนี้ บรรยากาศของบางเบ้าตอนเช้าๆ อากาศดีมากมาย ยิ่งไม่มีแดดแบบนี้ด้วยแล้ว ทำให้ชดชื่นอย่างประหลาดดีเหมือนกัน ตามโปรแกรมแล้ววันนี้มีไปหลายๆ ที่เลย แต่ดูจากบรรยากาศยามเช้าที่ครึ้มฟ้า ครึ้มฝนแล้ว คิดว่าคงต้องอยู่บางเบ้าไปก่อน เพราะถ้าหากฝนตกแล้วการขับรถไปตามสถานที่ต่างๆ อันตราเป็นอย่างยิ่ง เพราะเส้นทางบนเกาะจะเป็นเส้นทางขึ้นเขาลงเขาซะส่วนใหญ่
เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก
ตอนเช้าตรู่ที่นี่ เราจะเห็นบรรยากาศของเรือประมง เอาของมาส่งให้ร้านอาหารต่างๆ ตอนเช้าๆ อากาศเหมาะแก่การออกกำลังกายมาก เพราะสดชื่นนนน จริงๆ แถมบนสะพาน ก็ไม่ค่อยมีใครอีกต่างหาก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

วิวเหงาๆ อากาศสบายๆ ใครมีความหลังที่นี่ อย่าได้มารำลึกในช่วงเช้าๆ นะครับ มันเหงาได้ใจจริงๆ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

สายๆ หน่อย บรรดาคนไทยและต่างชาติ ต่างมุ่งหน้ามาขึ้นเรือไปท่องเที่ยวหมู่เกาะ และดำน้ำ ในส่วนนี้เป็นอาชีพให้กับ คนท้องถิ่นได้ทำมาหากินกัน เรือประมงมากมายที่ถูกเปลี่ยนเป็นเรือพานักท่องเที่ยวไปสู่จุดหมาย...

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

มาลบความทรงจำอันเลวร้ายของผมเองสักหน่อยเป็นไง จริงๆ ที่นี่ ราคาอาหารก็ไม่ได้แพงกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหน ราคาสินค้าอื่นๆ ก็ปกติ สำหรับทริปนี้ ทีมของพวกเรา ได้กาแฟพร้อมอาหารเช้าๆ ฟรีจากร้าน Bangbao delight ใครที่ผ่านไปแถวบางเบ้า ก็แวะอุดหนุน สอบถามรายละเอียดการท่องเที่ยวได้จากที่นี่ได้เลยนะครับ เพราะทั้งร้านก็คือคนทำศูนย์ ICT ชุมชน พี่น้องเรานี่เอง เห็นบอกว่าใครไปที่นี่เป็นจุดแรกของการขึ้นเกาะ จะได้ส่วนลดจากที่พัก ที่เที่ยว ที่กิน แวะไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเที่ยวได้จากที่นี่ได้เหมือนกันนะครับ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ฝนจริงๆ ด้วย ตกกลางทะเลเห็นเป็นม่านน้ำ สวยไปอีกแบบนะครับ แต่สักพักพวกเราก็คงต้องวิ่งหนีฝนกันเหมือนกัน

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

น้องหมาน่ารัก เชื่องมาก ดูท่าจะดีใจมากที่มีคนมา นีคงเป็นเจ้าถิ่นที่คอยรับแขกนักท่องเที่ยวจริงๆ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

มาทางฝั่งสลักเพชร กันบ้างครับ สังเกตง่ายๆ คือ เวลาขึ้นจากเรือเฟอรร์รี่ ให้ท่านเลี้ยวซ้ายนั่นเอง ฝั่งนี้ความเป็นธรรมชาติ และบรรยากาศของชุมชนชาวเกาะยังคงดำรงอยู่อย่างครบถ้วน แตกต่างจากเลี้ยวขวาอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ในภาพที่เห็นชี้มือชี้ไม่นั่น เจ้าถิ่นฝั่งสลักเพชร เชี่ยวชาญชำนาญพื้นที่ในเกาะแบบหาตัวเทียบรุ่นลำบาก สามารถพาท่านเที่ยวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะขึ้นเขา เดินป่า หรือลงน้ำ ชมหาด แถมยังพาไปที่ที่ไม่ค่อยมีใครไปถึง


เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เจ้าถิ่นแห่งสลักเพชร พาพวกเราและนักท่องเที่ยวชมบรรยากาศของอ่าว ตลอดริมฝั่งมีบ้านชาวประมงปลูกเรียงราย บ้านหลายหลังจัดทำเป็นโฮมสเตย์ ให้นักท่องเที่ยวไปพักพิงในราคามิตรภาพ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่ ได้ความเป็นมิตรและรู้เรื่องราวมากมายของคนบนเกาะฯ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

บรรยากาศช่างเป็นธรรมชาติจริงๆ ผิดกับอีกฝั่งของเกาะที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างแนวใหม่ที่คนไทยเบี้ยน้อยหอยน้อยหมดสิทธิ์ที่จะเข้าไปชม

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

พวกเราได้เข้าไปเยี่ยมชมโฮมสเตย์ที่จัดไว้สำหรับแขกที่มาพัก บ้านส่วนใหญ่ปลูกอยู่ในทะเล โดยมีสะพานเป็นตัวเชื่อมกับชายฝั่ง หลายๆหลังจัดบรรยากาศ และตกแต่งด้วยไม้ธรรมชาติ พื้นบ้าน ห้องหับสะอาดน่าพักอาศัย อาหารทะเลที่เจ้าของบ้านจัดไว้บริการ ก็สด สะอาดและอร่อย และอะไรไม่สำคัญเท่ากับมิตรไมตรีของเจ้าของบ้านที่สดใสสะอาด เป็นกันเองอย่างที่พวกเราไม่อยากกลับขึ้นฝั่งเลย

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เย็นเสียแล้วที่พวกเราจะไปดูอนุสรณ์ยุทธนาวีเกาะช้างที่ทหารกล้าแห่งราชนาวีไทยได้สละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย พวกเราเลยพักถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน(ลับทิวเขา) ถ้าขืนดึงดันที่จะไปส่งสัยไม่ได้กลับบ้านแน่ เพราะเห็นทางบนไหล่เขาแล้วเสียวจริงๆ ขนาดโชเฟอร์ตีนระเบิดของเราขับรถเก่ง ยังออกปากว่า"พวกเรา...วันนี้แค่นี้แล้วกัน"

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ขากลับระหว่างหามื้อค่ำอยู่นั้น เราได้พบกับท่านายก อบต.เกาะช้างใต้ คือท่านจักรกฤษณ์ สลักเพชร ซึ่งตามกำหนดการท่านจะเป็นไกด์กิตติมศักดิ์ให้ทีมพวกเราในวันพรุ่งนี้ แต่ไหนๆ ก็ไปไหนอีกไม่ได้แล้ว ท่านเลยบอกพวกเราว่าไปดูหิ่งห้อยที่นาในสิ แล้วท่านก็พาพวกเราไปดู เสียดายไม่สามารถถ่ายภาพมาให้ดูกันได้ ถ้าผ่านไปฝั่งสลักเพชร อย่าได้ลืมไปดูหิ่งห้องในช่วงกลางคืนที่นาในนะครับ หมดวันสำหรับวันนี้แล้วครับ เจอกันพรุ่งนี้....ครับ



วันที่ 3 ของทริปนี้ วันนี้เราได้นัดหมายท่านายก อบต. ท่านจักรกฤษณ์ สลักเพชร นายกที่ยังหนุ่ม ไฟแรง มาเป็นไกด์พาเราไปหลายๆ สถานที่ในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายเราได้พี่ตุ้ย ที่เพิ่งกลับจากการสัมนาที่ต่างจังหวัด มารับไม้ต่อจากท่านนายกพาเราไปเที่ยวต่อ ติดตามเรื่องราวไปพร้อมพวกเราได้เลยครับ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ผมไม่แน่ใจว่าคนท้องที่จริงๆ จะเคยได้ยินเพลงพื้นบ้านของเกาะช้างกันหรือไม่ เพราะป้าๆ น้าๆ ยายๆ ในรูปท่านบอกว่าตอนนี้เพลงพื้นบ้านกำลังจะสูญสลายไปจากชุมชน ตอนแรกๆ มีแต่ป้าๆ น้าๆ ยายๆ น้องในรูปยังไม่มา ก็เห็นท่าจะหมดหวังจริงอย่างที่บอก แต่พอเห็นน้อมา และแหล่เพลงเกาะ ทำให้ทีมงานเห็นเมล็ดพันธุ์ได้งอกเงยขึ้นมาบ้างแล้ว ว่าแต่ใคร หน่วยงานไหนจะเป็นผู้ส่งเสริมให้มันอยู่ยืนยงต่อไป เพราะในเนื้อเพลงกล่าวถึงทุกอย่างของเกาะช้าง ย้อนหลังเรื่องราวไปก่อนสงคราม ถึงสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จที่เกาะ อยากเห็นจังว่า การแสดงแบบนี้ไปอยู่ในจุดรับนักท่องเที่ยวจุดแรกที่นักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ รับรองว่า การท่องเที่ยวของเค้าจะรู้สึกมีเป้าหมาย ความเข้าใจของความสำคัญของแต่ละที่ ซึ่งอาจทำให้ทิวเขาที่มองดูไม่มีมุมมอง หรือทิวทัศน์ที่สวยงามแต่อย่างไร กลับกลายเป็นว่านักท่องเที่ยวมองเห็นเรื่องราวที่จารึกในมุมมองนั้นได้ชัดเจน และซึมซับเรื่องราวเหล่านั้น ทำให้ทุกก้อนหินมีเรื่องราวที่เล่าขาน ผ่านกาลเวลามาให้ค้นหา

ผู้ชายเสื้อขาวข้างบนชื่อพี่ดนัย เป็นประธานชมรมเรือเล็กเล่าว่า ตอนนี้ชาวบ้านเค้ากลัวกันเหลือว่า วิถีชุมชนจะถูกกลืนด้วยนายทุน กระแสของนายทุนถั่งโถมไปที่เกาะช้างอย่างบ้าคลั่ง กลัวว่าอาชีพดั้งเดิม ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ถูกกลืนไปจนสูญสลาย ชาวเกาะที่เดิมเป็นเจ้าของท้องที่ ผืนแผ่นดิน กลับกลายเป็นเพียงคนงาน ในโรงแรม รัสอร์ท ของนายทุน ขอร้องผ่านทีมงานมาว่า หากท่านที่จะเข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะหาจุดหมายการท่องเที่ยวไม่ใช่ความหรูหราของแสงสี แต่เป็นวิถีชีวิตของชุมชนชาวเกาะ ความดิบของธรรมชาติ อุดหนุนการนำเที่ยวของไกด์ท้องที่ ที่เป็นชาวเกาะแท้ๆ ได้นะครับ เอาเบอร์ติดต่อไปอีกทีละกันครับ คุณดนัย ประธานชมรมเล็ก โทร. 0898035092

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ประมาณ 10 โมงเช้า ทีมงานนัดหมายกับท่านนายก อบต. ท่านจักรกฤษณ์ สลักเพชร ซึ่งวันนี้ท่านได้ให้เกียรติเป็นไกด์พาทีมงานไปเยี่ยมชมกลุ่ม OTOP และชมรมท่องเที่ยวพื้นบ้านต่างๆ น่าดีใจแทนชุมชนเกาะช้างใต้ที่มีนายก อบต. ที่ตั้งใจทำงานแบบถึงลูกถึงคน พวกเราทราบในภายหลังว่า จริงๆ ท่านมีงานอีกงานหนึ่งด้วย แต่ท่านเลือกที่จะพาทีมพวกเราไปเยี่ยมชมชุมชนของท่าน ทีมงานขอขอบคุณดังๆ ตรงนี้ด้วยครับ

ในภาพเป็นแม่ๆ ยายๆ กำลังนั่งปั้นไข่เค็มใบเตย ของดีประจำชุมชนอีอย่างหนึ่ง และก็มีมุมๆ หนึ่งที่รวมสินค้าของชุมชน เช่น กะปิ ไข่่เค็ม กล้วยแผ่น เป็นต้น เราก็เลยถือโอกาสสัมภาษณ์ท่านายกซะเลย ไหนๆ ก็เป็นไกด์แล้ว เป็นเกสท์ไปด้วยเลย ท่านแนะนำสินค้าได้คล่องแคล่ว ชัดเจน ฉะฉาน ไม่ต้องให้ใครนำเสนอสินค้าแทนเลย

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

หลังเยี่ยมชมศูนย์สินค้า OTOP แล้ว ท่านายก ก็พาพวกเราไปเยี่ยมชมที่ทำการอบต. และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ซึ่งได้ทำการรวบรวมโบราณวัตถุ และเครื่องมือพื้นบ้าน ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดสลักเพชร และมีอยู่ส่วนหนึ่งที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ของหลวงสลักเพชร (ได้ทราบว่าท่าน นายก เป็นทายาทของท่านหลวงสลักเพชร ซึ่งเป็นปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 5) ฟังเรื่องราวที่ท่านนายก ลำดับความให้ฟังแล้ว ของแต่ละชิ้นน่าสนใจทีเดียว

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

สถานที่ต่อไปก็เป็นกลุ่มที่ผลิดงานหัถกรรมฝีมือด้วยกะลา ได้แก่ บ้านรักกะลา และกลุ่มสตรีผลิต ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว จากกะลาที่เคยไร้ค่าแต่ก่อน กลับกลายของของมีค่าขึ้นมาจนเป็นที่หวงแหน และมีคุณค่า สร้างรายได้ให้กับชุมชนจากเป็นรายได้เสริม ขึ้นมาเทียบชั้นรายได้หลักในปัจจุจบันได้ น่าสนใจทีเดียวครับ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

สถานที่ต่อไปคือ ศูนย์ัจัดจำหน่ายสินค้า OTOP (TRAD OTOP CENTER) เป็นศูนย์จัดจำหน่ายสินค้าโอทอปของจังหวัดตราด ที่ตั้งสาขาไปตามท้องที่ต่างๆ ภายในจังหวัด ซึ่งสาขาเกาะช้างใต้ก็ตั้งอยู่ที่สลักคอก รวบสินค้ามากมายที่มีอยู่ในเกาะช้างมาไว้ที่นี่ที่เดียว ครบถ้วน

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

นอกจากเป็นไกด์กิตติมศักดิ์ แล้วมื้อเที่ยงท่านายก ยังต้องเลี้ยงพวกเราอีก Surprised งั้นรวมรูปของท่านนายกจักรกฤษณ์ สลักเพชร ท่านายกที่ตั้งใจทำงานเพื่อท้องถิ่นจริงๆ พวกเราขอปรบมือให้ท่านดังๆ ไว้ตรงนี้เลยครับ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ไม่ไกลจาก TRAD OTOP CENTER มากนัก เป็นที่ตั้งของชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก ชมรมนี้น่าสนใจครับ การบริหารจัดการอยู่ในขั้นเรียกว่าสำเร็จดีเยี่ยมคนในท้องถิ่นมีหุ้นอยู่ในชมรม จึงทำให้ชาวบ้านตระหนักและให้ความสำคัญ และใส่ใจดูแลชมชนของเค้า โดยเฉพาะทรัพยากรทางการท่องเที่ยว ว่าไปแล้วกิจกรรมท่องเที่ยวของที่นี่ มีหลากหลายมากครับ ตั้งแต่พายเรือล่องป่าชายเลน ไปยันชมการแสดงพื้นบ้านของที่นี่ เสียดายพวกเรามีเวลาไม่มากสำหรับการท่องเที่ยวตามเพ็คเกดตของการท่องเที่ยวของชมรม แต่การได้ลงไปพายเรือชมบรรยากาศแค่เพียงเสี้ยวเดียวของชุมชนที่นี่ ก็ทำให้เรารับรู้ความรู้สึกหากได้เที่ยวแบบสมบูรณ์แบบของที่นี่ได้

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ออกจากสลักคอก เราก็ตีตั๋วยาว เพื่อไปอนุสรณ์แห่งยุทธนาวีเกาะช้าง ซึ่งเป็นสถานที่สถิตย์แห่งดวงวิญญาณทหารกล้าใน "ยุทธนาวีเกาะช้าง" ผมได้อ่านป้ายจารึกเรื่องราวของวีกรรม รู้สึกภาคภูมิใจในความกล้าหาญของวีรชนทหารกล้าของเราไม่น้อยเลย ส่วนบรรยากาศรอบๆ สถานที่ จัดได้ว่าสวยงามขั้นสุดยอดจริงๆ แต่ขอบอกว่า เส้นทางไปยังสถานที่แห้งนี้ หฤโหดเอาการเหมือนกันแถมบางช่วงยังเป็นทางลูกรังอีกต่างหาก ถ้าฝนตกไม่ควรคิดอ่านที่จะไปที่นี่ครับ แนะนำไว้ก่อนเลย

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

สถานที่สุดท้ายสำหรับวันนี้ นั่นก็คือ นาใน ซึ่งจริงแล้วเมื่อคืนท่านนายก ได้พาพวกเรามาชมหิ่งห้อยแล้วครั้งหนึ่ง แต่บรรยากาศในช่วงกลางวัน และยิ่งตอนพลบค่ำด้วยแล้ว สวยงาม ได้บรรยากาศ สดชื่นไม่น้อยเลยทีเดียว.....

สำหรับวันนี้คงไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ เหนื่อยดีเหมือนกัน พรุ่งนี้ว่ากันใหม่ครับ


วันที่ 4 วันสุดท้าย จริงๆ แล้วตามแผนงานที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก ในทริปนี้จะมีการลงเรือเพื่อท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ รวมไปถึงการลงเรือไปไดหมึกในช่วงกลางคืน ที่สำคัญควรจะได้ดำน้ำดูปะการังอีกต่างหาก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดกันทีเดียว แต่เนื่องจากเวลาที่เรามีบนเกาะเพียงแค่เพียง 4 วัน กิจกรรมใดที่ต้องใช้เวลายาวนานไป ก็เลยจำต้องตัดออกในทริปนี้ แต่แม้ยังไม่ครบถ้วนทุกสิ่ง แต่ก็อาจจะทำให้หลายๆ ท่านที่ยังมองหาที่ท่องเที่ยวในร้อนนี้ ได้บรรจุ "เกาะช้าง" ไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยวของท่าน และไปเติมเต็มจุดท่องเที่ยวที่พวกเรายังไม่ได้นำเสนอในเรื่องราวนี้ด้วยตัวท่านเอง "สิบปากว่าไม่เท่าตาดู ร้อยตาดูไม่สู้ได้สัมผัสเอง" Laughing แล้วก็อย่าลืมส่งภาพความประทับใจของท่านมาให้เราได้ชื่นชมด้วยนะครับ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

สองสามวันที่แล้ว เราตะเวนไปที่อื่นๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ ไหนๆ วันนี้จะกลับแล้ว ก็ขอเก็บภาพตรงชุมชนชาวประมงบ้านบางเบ้า และขอขึ้นไปไหว้ สักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เพื่อเป็นศิริมงคลให้เดินทางปลอดภัยกันสักหน่อยครับ

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

เกาะช้าง เกาะสวรรค์ แห่งตะวันออก

ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ที่แต่ก่อนเป็นเศษขยะเหลือทิ้งต้องกำจัด แต่ปัจจุบันกลายเป็นสินค้ามีราคา และทำรายได้ให้ชาวบ้านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว