ความทรงจำในอดีตที่เลวร้ายเกี่ยวกับเกาะช้าง ทำให้ผมรู้สึกในด้านลบกับการท่องเที่ยวเกาะช้าง เนื่องจากโดนโขกกาแฟ 3 in 1 ถ้วยละหกสิบกว่าบาท ข้าวผัดจานหยิบมือจานละร้อยกว่าบาทครั้งเมื่อเกือบสิบกว่าปีที่แล้ว ทำให้เข็ดหลาบที่จะเดินทางไปเยือนเกาะแห่งนี้เป็นครั้งที่ 2 ไม่กล้าที่ย่างก้าวเหยียบผืนแผ่นดินแห่งนี้อีกเลยตั้งแต่นั้น ความรู้สึกว่าโดนปล้นครั้งก่อน ฝังเข้าลึกในหัวใจสุดขั้วจริงๆ
ปี 2551 กระทรวง ICT ได้จัดตั้งศูนย์ ICT ชุมชนที่หมู่บ้านบางเบ้า ตำบลเกาะช้างใต้ เมื่อได้เจอะผู้ดูแลศูนย์ที่นี่ สิ่งที่อยู่ในใจก็ถูกบอกกล่าวเป็นคำพูดให้เจ้าของท้องที่ทราบ ว่าเหตุการณ์โจรปล้นนักท่องเที่ยวมันมีอยู่จริงแม้กระทั่งคนที่พูดภาษาไทย แต่ก็ได้รับคำเชิญชวนกลับมาว่า "ลองไปอีกครั้งสิค่ะ"
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการฝ่าดงความทรงจำเลวร้ายเกี่ยวกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นหลังจากข้อความนี้ โปรดติดตามเรื่องราวการผจญภัยของพวกเราได้ ณ บัดนี้ เตร๊ง เตรง เตร่ง เตร๊ง เตรง เตร่ง เตร๊ง เตรง เตรง .......
ความเดิมมีว่าเมื่อครั้งการสัมนา MICT4U ของกระทรวง ICTที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 ก.พ. 2552 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี ผมได้พบพูดคุยกับคุณตุ้ย และคุณน้องผู้ดูแลศูนย์ ICT ชุมชนตำบลเกาะช้างใต้ ได้มีการพูดคุยกันถึงทำอย่างไรจะทำให้ ศูนย์ ICT ชุมชนตำบลเกาะช้างใต้มีส่วนพัฒนาศักยภาพของชุมชนมากกว่าการอบรมคอมพิวเอตร์ หรือว่าเป็นสถานที่สำหรับใช้งานค้นหาข้อมูลเฉยๆ ผลการพูดคุยที่ลานหาดทรายริมทะเลก็ได้ผลสรุปว่า ในเมื่อเกาะช้างมีขุมทรัพย์เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว ก็น่าจะทำอะไรๆ ที่สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวทราบข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ที่กินต่างๆ ให้เท่าทันก่อนที่จะท่องเที่ยวบนเกาะ จะได้ไม่ต้องมีประสบการณ์เลวร้ายอย่างผม
โดยเบื้องต้นได้ขอแรงทีมงานของบางเพรียงช่วยไปเหยียบเกาะ และเก็บเรื่องราวการท่องเที่ยวที่นั่นมานำเสนอในรูปแบบไหนก็ว่าไป....(เค้าเรียกว่างานเข้าเลยใช่ไหมแบบนี้)
เมื่อเสร็จงานสัมนาก็กลับมาปรึกษาทีมงาน ก็เป็นอันโอเค พอดีว่าทีมบางเพรียงได้มีโอกาศรู้จักผู้มีฝีมือเรื่องการถ่ายภาพและวีดีโอจากศูนย์ ICT ชุมชนเทศบาลตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี (ศูนย์ใหม่ปี 2552) คือ ท่าน ผอ.เนตร รอดประชา และอีกท่านก็คือพี่ตี๋ โชเฟอร์ตีนระเบิด สุดยอดแห่งการขับรถ ก็เลยขอแรงกันต่ออีกทอด สรุปก็เลยได้ทีมงานไปกัน 4 คน คือ ท่าน ผอ.เนตร พี่ตี๋ ครูตู๋ และผม ส่วนผู้ดูแลศูนย์ของบางเพรียงอีกท่านคือ ครูไพทูลย์ พอดีว่าต้อดูแล เตรียมการอบรม ICT-SIPA จึงเป็นอันต้องสละสิทธิ์ไปคนหนึ่ง
เกริ่นนำมาก็หลายบรรทัด เอาเป็นว่า ความเป็นมาคร่าวๆ ละกันครับ ลำดับต่อจากนี้ไป ขอเชิญชมลำดับภาพกิจกรรมที่ 3 ศูนย์จับมือเพื่อความยั่งยืนของเครือข่ายของ ICT ชุมชน และแนวคิดเล็กๆ ที่อาจจะจุดประกายให้หลายๆ ศูนย์ฯ ที่ตั้งใจไว้แล้ว ได้ลงมือทำให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่พวกเราทำกัน......
ดึกๆ คืนวันที่ 25 มีนาคม 2552 ทีมงานศูนย์ ICT ชุมชนเทศบาลตำบลหนองเสือประกอบด้วย ท่าน ผอ.เนตร รอดประชา และพี่ตี๋ ออกเดินทางจากปทุมธานี และก็มาแวะรับครูตู๋กับผม ประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ แล้วพวกเราก็มุ่งสู่จังหวัดตราด ตามประมาณการณ์คาดว่าคงถึงประมาณตี 4 ตี 5 และก็งีบบนรถสักงีบก็ได้ขึ้นเรือแล้ว แต่โชว์เฟอร์ตีนระเบิดของทีมงานเราขับฝ่าพายุมาถึงตราดประมาณตี 3 เป็นไงหล่ะท่านผู้ชม ประมาณว่ามาถึงเร็วไปหรือเปล่าละนี่ เพราะเรื่อเที่ยวแรกออก 6 โมงเช้า ก็เลยต้องเดือดร้อนโทรประสานหาที่หลับนอน ได้รับความอนุเคราะห์จากน้องเบียร์ (ศูนย์ฯ วัดสุวรรณมงคล) ให้ที่พักเราได้หลับนอนล้างหน้าล้างตา ทีมงานต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
เช้าวันที่ 26 ตื่นขึ้นมาด้วยความอยากที่จะสัมผัสพื้นดินเกาะช้างอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ลืมไปเก็บบรรยากาศตรงแหลมงอบซะหน่อย เอาเป็นว่าแหลมงอบเป็นจุดแรกของทริปครั้งนี้ด้วยแล้วกันครับ
สรวีย์ บรรลือทรัพย์ ลำดับเรื่องราว
ผอ.เนตร, พี่ตี๋, ครูตู๋, สรวีย์ ภาพ
พี่ตี๋ โชว์เฟอร์ใจดี
kohchangtai thaitelecentre (คุณตุ้ย, คุณน้อง) งบประมาณการถ่ายทำ
ศูนย์การเรียนรู้ ICTชุมชนตำบลบางเพรียง, เทศบาลหนองเสือ, เกาะช้างใต้ เครือข่ายความร่วมมือ

คุณน้อง และน้องโอ๋ มารอรับพวกเราขึ้นเกาะ ตอนแรกกำหนดขึ้นเรือ 6 โมงเช้า แต่ดูๆ จากท่าทางการโพสของนายแบบ และนางแบบแล้วคงไม่ทันเที่ยว 6 โมงเป็นแน่
จากแหลมงอบมายังท่าเรือใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในรูปเป็นบรรยากาศยามเช้าๆ พร้อมกับพาหนะคู่ใจของทริปนี้ ที่พาพวกเราไปไม่มีบ่น แรงเหลือหลายจริงๆ ตามกำหนดการครั้งแรกที่จะขึ้นเรือ 6 โมงเช้า เตร็ดเตร่ไปเรื่อย เอาจริงๆ ได้ขึ้นเที่ยว 8 โมงครับ

บรรยากาศบนเรือเฟอร์รี่ ช่วงเช้าคนค่อนข้างเยอะครับ ส่วนใหญ่เป็นนักม่องเที่ยว สังเกตจากภาษาที่พูด ฟังแล้วไม่ใช่คนแถวนี้ รวมทั้งพวกเรา มะม่วงในภาพเห็นราคาแล้วสยอง เก็บท้องไว้กลับไปกินที่บ้านดีกว่ามังครับ

พอขึ้นจากเรือได้เลี้ยวขวาเข้ามาประมาณ 3 นาที เป็นจุดแรกบนเกาะที่พวกเราแวะก็คือ ศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง ซึ่งศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง (เฮียตี้กง) มีตำนานเล่าว่าเป็นพี่น้อง 12 คนที่ถูกฆ่าตายในเรือสำเภา ตำนานนี้เป็นของคนจีนไหหลำ เพราะคนจีนไหหลำเป็นผู้อัญเชิญมาสถิตย์ที่ศาล ศาลนี้สร้างมากว่า 100 ปีแล้ว เป็นที่เคารพบูชาของคนเกาะช้างโดยทั่วไป

จุดต่อไปตามโปรแกรมที่คุณน้องได้ประสานไว้ก็คือ ชมรมเรื่องเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดยกลุ่มชาวบ้านที่ปกติมีอาชีพหาปลา ประมงชายฝั่งอยู่แล้ว โดยถูกกระแสนายทุนรุกล้ำ ประกอบกับปลา หรือสัตว์น้ำในทะเลก็ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ทุกวัน จึงได้รวมตัวกันเพื่อนำเรือพานักท่องเที่ยว ไปท่องเที่ยวตามจุด หรือสถานที่สำคัญๆ ในระหว่างนั่งเรือไปยังสถานที่ต่างๆ ลุงชด (เสื้อขาว) ไกด์ท้องถิ่นประจำทริปของเราก็เล่าความเป็นมาของจุดท่องเที่ยวแต่ละที่ เกือบจะเรียกได้ว่าทุกโขดหินมีเรื่องราว ฟังแล้วทำให้การเที่ยวที่แสนธรรมดากลับกลายเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ชาติไทยไปเสียได้

จุดนี้เป็นจุดดำน้ำดูปะการัง ยืนยันว่าน้ใสมากนั่งในเรือมองเห็นปะการังข้างล่างชัดเจนเลย เสียดายมากๆ ไม่ได้ดำดูปะการัง เนื่องจากเวลาจำกัดเหลือเกิน

เห็นภาพก็รู้สึกสดชื่นแล้วใช่ไหมครับ จุดนี้ยังไม่นักท่องเที่ยวขาจรไปกันน้อยครับ เพราะยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก ทะเลยังสะอาด ปะการังยังสมบูรณ์มาก เพราะชาวบ้านเค้าตื่นตัวกัน
หากใครสนใจสามารถติดต่อทริปการท่องเที่ยวชุดนี้ได้ที่คุณพี่ดนัย ชมรมเรือเล็ก โทร. 0898035092 ร่วมกับสนับสนุนการท่องเที่ยวของชุมชนนะครับ ประกันความประทับใจ

นอกจากสถานแหล่งท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ แล้ว ที่ตั้งของชมรมเรือเล็ก ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงอยู่แล้ว ลุงชดบอกว่า ทุก 8 โมงเช้าของทุกวัน จะมีของทะเลสดๆ ขายที่ท่าเรือของชุมชน เสียดายเราไปสายกัน ไม่ได้รูปเหล่านี้มา ก็เลยได้แต่เก็บภาพชุมชนมาให้ชมแล้วกัน ซึ่งก็น่าสนใจไปอีกแบบหนึ่ง ถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่กำลังนิยมกันเลย

ขึ้นจากเรือ เดินไปไม่ไกลก็พบกับกลุ่มชาวบ้าน นั่งทำกะปิ ของดีเกาะช้าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยากแนะนำ ขอบอกว่ากะปิที่นี่รสชาติดีจริงๆ ครับ

ต่อมาก็เป็นบ้านควาญช้าง ที่นี่ให้บริการนั่งช้างชมป่า ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติชอบมากเลยครับ หากใครไม่เคยนั่งช้างชมป่า หากมีโอกาสไปเกาะช้างต้องไปที่นี่ให้ได้นะครับ เพราะตรงจุดให้บริการ ธรรมชาติยังสมบูรณ์มากๆ

ระหว่างทางที่เราเดินทางไปยังชุมชนชาวประมงบางเบ้า (ที่พัก) เราพบกับจุดชุมวิวไก้เบ้ บรรยากาศและทิวทัศน์สวยงาม ตามภาพประกอบเลยครับ

ถึงแล้วครับชุมชนชาวประมงบางเบ้า ปลายทางสุดของเส้นทางเมื่อท่านเลี้ยวขวาขึ้นจากเรื่องเฟอร์รี่ บนเกาะช้างมีเซเว่น ป้ายบอกเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่จริงๆแล้วเปิดตามเวลา เปิดประมาณ 7 โมงเช้า 5 ทุ่มก็ปิด ผู้คนที่นี่เค้านัดเจอกันหลังเซเว่นปิดได้จริงๆ นะครับ ไม่ใช่แค่มุขขำๆ


วิวเหงาๆ อากาศสบายๆ ใครมีความหลังที่นี่ อย่าได้มารำลึกในช่วงเช้าๆ นะครับ มันเหงาได้ใจจริงๆ
สายๆ หน่อย บรรดาคนไทยและต่างชาติ ต่างมุ่งหน้ามาขึ้นเรือไปท่องเที่ยวหมู่เกาะ และดำน้ำ ในส่วนนี้เป็นอาชีพให้กับ คนท้องถิ่นได้ทำมาหากินกัน เรือประมงมากมายที่ถูกเปลี่ยนเป็นเรือพานักท่องเที่ยวไปสู่จุดหมาย...
มาลบความทรงจำอันเลวร้ายของผมเองสักหน่อยเป็นไง จริงๆ ที่นี่ ราคาอาหารก็ไม่ได้แพงกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหน ราคาสินค้าอื่นๆ ก็ปกติ สำหรับทริปนี้ ทีมของพวกเรา ได้กาแฟพร้อมอาหารเช้าๆ ฟรีจากร้าน Bangbao delight ใครที่ผ่านไปแถวบางเบ้า ก็แวะอุดหนุน สอบถามรายละเอียดการท่องเที่ยวได้จากที่นี่ได้เลยนะครับ เพราะทั้งร้านก็คือคนทำศูนย์ ICT ชุมชน พี่น้องเรานี่เอง เห็นบอกว่าใครไปที่นี่เป็นจุดแรกของการขึ้นเกาะ จะได้ส่วนลดจากที่พัก ที่เที่ยว ที่กิน แวะไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเที่ยวได้จากที่นี่ได้เหมือนกันนะครับ

ฝนจริงๆ ด้วย ตกกลางทะเลเห็นเป็นม่านน้ำ สวยไปอีกแบบนะครับ แต่สักพักพวกเราก็คงต้องวิ่งหนีฝนกันเหมือนกัน
น้องหมาน่ารัก เชื่องมาก ดูท่าจะดีใจมากที่มีคนมา นีคงเป็นเจ้าถิ่นที่คอยรับแขกนักท่องเที่ยวจริงๆ
มาทางฝั่งสลักเพชร กันบ้างครับ สังเกตง่ายๆ คือ เวลาขึ้นจากเรือเฟอรร์รี่ ให้ท่านเลี้ยวซ้ายนั่นเอง ฝั่งนี้ความเป็นธรรมชาติ และบรรยากาศของชุมชนชาวเกาะยังคงดำรงอยู่อย่างครบถ้วน แตกต่างจากเลี้ยวขวาอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ในภาพที่เห็นชี้มือชี้ไม่นั่น เจ้าถิ่นฝั่งสลักเพชร เชี่ยวชาญชำนาญพื้นที่ในเกาะแบบหาตัวเทียบรุ่นลำบาก สามารถพาท่านเที่ยวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะขึ้นเขา เดินป่า หรือลงน้ำ ชมหาด แถมยังพาไปที่ที่ไม่ค่อยมีใครไปถึง
เจ้าถิ่นแห่งสลักเพชร พาพวกเราและนักท่องเที่ยวชมบรรยากาศของอ่าว ตลอดริมฝั่งมีบ้านชาวประมงปลูกเรียงราย บ้านหลายหลังจัดทำเป็นโฮมสเตย์ ให้นักท่องเที่ยวไปพักพิงในราคามิตรภาพ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่ ได้ความเป็นมิตรและรู้เรื่องราวมากมายของคนบนเกาะฯ
บรรยากาศช่างเป็นธรรมชาติจริงๆ ผิดกับอีกฝั่งของเกาะที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างแนวใหม่ที่คนไทยเบี้ยน้อยหอยน้อยหมดสิทธิ์ที่จะเข้าไปชม
พวกเราได้เข้าไปเยี่ยมชมโฮมสเตย์ที่จัดไว้สำหรับแขกที่มาพัก บ้านส่วนใหญ่ปลูกอยู่ในทะเล โดยมีสะพานเป็นตัวเชื่อมกับชายฝั่ง หลายๆหลังจัดบรรยากาศ และตกแต่งด้วยไม้ธรรมชาติ พื้นบ้าน ห้องหับสะอาดน่าพักอาศัย อาหารทะเลที่เจ้าของบ้านจัดไว้บริการ ก็สด สะอาดและอร่อย และอะไรไม่สำคัญเท่ากับมิตรไมตรีของเจ้าของบ้านที่สดใสสะอาด เป็นกันเองอย่างที่พวกเราไม่อยากกลับขึ้นฝั่งเลย
เย็นเสียแล้วที่พวกเราจะไปดูอนุสรณ์ยุทธนาวีเกาะช้างที่ทหารกล้าแห่งราชนาวีไทยได้สละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย พวกเราเลยพักถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน(ลับทิวเขา) ถ้าขืนดึงดันที่จะไปส่งสัยไม่ได้กลับบ้านแน่ เพราะเห็นทางบนไหล่เขาแล้วเสียวจริงๆ ขนาดโชเฟอร์ตีนระเบิดของเราขับรถเก่ง ยังออกปากว่า"พวกเรา...วันนี้แค่นี้แล้วกัน"

ขากลับระหว่างหามื้อค่ำอยู่นั้น เราได้พบกับท่านายก อบต.เกาะช้างใต้ คือท่านจักรกฤษณ์ สลักเพชร ซึ่งตามกำหนดการท่านจะเป็นไกด์กิตติมศักดิ์ให้ทีมพวกเราในวันพรุ่งนี้ แต่ไหนๆ ก็ไปไหนอีกไม่ได้แล้ว ท่านเลยบอกพวกเราว่าไปดูหิ่งห้อยที่นาในสิ แล้วท่านก็พาพวกเราไปดู เสียดายไม่สามารถถ่ายภาพมาให้ดูกันได้ ถ้าผ่านไปฝั่งสลักเพชร อย่าได้ลืมไปดูหิ่งห้องในช่วงกลางคืนที่นาในนะครับ หมดวันสำหรับวันนี้แล้วครับ เจอกันพรุ่งนี้....ครับ
วันที่ 3 ของทริปนี้ วันนี้เราได้นัดหมายท่านายก อบต. ท่านจักรกฤษณ์ สลักเพชร นายกที่ยังหนุ่ม ไฟแรง มาเป็นไกด์พาเราไปหลายๆ สถานที่ในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายเราได้พี่ตุ้ย ที่เพิ่งกลับจากการสัมนาที่ต่างจังหวัด มารับไม้ต่อจากท่านนายกพาเราไปเที่ยวต่อ ติดตามเรื่องราวไปพร้อมพวกเราได้เลยครับ

ผมไม่แน่ใจว่าคนท้องที่จริงๆ จะเคยได้ยินเพลงพื้นบ้านของเกาะช้างกันหรือไม่ เพราะป้าๆ น้าๆ ยายๆ ในรูปท่านบอกว่าตอนนี้เพลงพื้นบ้านกำลังจะสูญสลายไปจากชุมชน ตอนแรกๆ มีแต่ป้าๆ น้าๆ ยายๆ น้องในรูปยังไม่มา ก็เห็นท่าจะหมดหวังจริงอย่างที่บอก แต่พอเห็นน้อมา และแหล่เพลงเกาะ ทำให้ทีมงานเห็นเมล็ดพันธุ์ได้งอกเงยขึ้นมาบ้างแล้ว ว่าแต่ใคร หน่วยงานไหนจะเป็นผู้ส่งเสริมให้มันอยู่ยืนยงต่อไป เพราะในเนื้อเพลงกล่าวถึงทุกอย่างของเกาะช้าง ย้อนหลังเรื่องราวไปก่อนสงคราม ถึงสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จที่เกาะ อยากเห็นจังว่า การแสดงแบบนี้ไปอยู่ในจุดรับนักท่องเที่ยวจุดแรกที่นักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ รับรองว่า การท่องเที่ยวของเค้าจะรู้สึกมีเป้าหมาย ความเข้าใจของความสำคัญของแต่ละที่ ซึ่งอาจทำให้ทิวเขาที่มองดูไม่มีมุมมอง หรือทิวทัศน์ที่สวยงามแต่อย่างไร กลับกลายเป็นว่านักท่องเที่ยวมองเห็นเรื่องราวที่จารึกในมุมมองนั้นได้ชัดเจน และซึมซับเรื่องราวเหล่านั้น ทำให้ทุกก้อนหินมีเรื่องราวที่เล่าขาน ผ่านกาลเวลามาให้ค้นหา
ผู้ชายเสื้อขาวข้างบนชื่อพี่ดนัย เป็นประธานชมรมเรือเล็กเล่าว่า ตอนนี้ชาวบ้านเค้ากลัวกันเหลือว่า วิถีชุมชนจะถูกกลืนด้วยนายทุน กระแสของนายทุนถั่งโถมไปที่เกาะช้างอย่างบ้าคลั่ง กลัวว่าอาชีพดั้งเดิม ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ถูกกลืนไปจนสูญสลาย ชาวเกาะที่เดิมเป็นเจ้าของท้องที่ ผืนแผ่นดิน กลับกลายเป็นเพียงคนงาน ในโรงแรม รัสอร์ท ของนายทุน ขอร้องผ่านทีมงานมาว่า หากท่านที่จะเข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะหาจุดหมายการท่องเที่ยวไม่ใช่ความหรูหราของแสงสี แต่เป็นวิถีชีวิตของชุมชนชาวเกาะ ความดิบของธรรมชาติ อุดหนุนการนำเที่ยวของไกด์ท้องที่ ที่เป็นชาวเกาะแท้ๆ ได้นะครับ เอาเบอร์ติดต่อไปอีกทีละกันครับ คุณดนัย ประธานชมรมเล็ก โทร. 0898035092

ประมาณ 10 โมงเช้า ทีมงานนัดหมายกับท่านนายก อบต. ท่านจักรกฤษณ์ สลักเพชร ซึ่งวันนี้ท่านได้ให้เกียรติเป็นไกด์พาทีมงานไปเยี่ยมชมกลุ่ม OTOP และชมรมท่องเที่ยวพื้นบ้านต่างๆ น่าดีใจแทนชุมชนเกาะช้างใต้ที่มีนายก อบต. ที่ตั้งใจทำงานแบบถึงลูกถึงคน พวกเราทราบในภายหลังว่า จริงๆ ท่านมีงานอีกงานหนึ่งด้วย แต่ท่านเลือกที่จะพาทีมพวกเราไปเยี่ยมชมชุมชนของท่าน ทีมงานขอขอบคุณดังๆ ตรงนี้ด้วยครับ
ในภาพเป็นแม่ๆ ยายๆ กำลังนั่งปั้นไข่เค็มใบเตย ของดีประจำชุมชนอีอย่างหนึ่ง และก็มีมุมๆ หนึ่งที่รวมสินค้าของชุมชน เช่น กะปิ ไข่่เค็ม กล้วยแผ่น เป็นต้น เราก็เลยถือโอกาสสัมภาษณ์ท่านายกซะเลย ไหนๆ ก็เป็นไกด์แล้ว เป็นเกสท์ไปด้วยเลย ท่านแนะนำสินค้าได้คล่องแคล่ว ชัดเจน ฉะฉาน ไม่ต้องให้ใครนำเสนอสินค้าแทนเลย

หลังเยี่ยมชมศูนย์สินค้า OTOP แล้ว ท่านายก ก็พาพวกเราไปเยี่ยมชมที่ทำการอบต. และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ซึ่งได้ทำการรวบรวมโบราณวัตถุ และเครื่องมือพื้นบ้าน ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดสลักเพชร และมีอยู่ส่วนหนึ่งที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ของหลวงสลักเพชร (ได้ทราบว่าท่าน นายก เป็นทายาทของท่านหลวงสลักเพชร ซึ่งเป็นปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 5) ฟังเรื่องราวที่ท่านนายก ลำดับความให้ฟังแล้ว ของแต่ละชิ้นน่าสนใจทีเดียว


สถานที่ต่อไปก็เป็นกลุ่มที่ผลิดงานหัถกรรมฝีมือด้วยกะลา ได้แก่ บ้านรักกะลา และกลุ่มสตรีผลิต ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว จากกะลาที่เคยไร้ค่าแต่ก่อน กลับกลายของของมีค่าขึ้นมาจนเป็นที่หวงแหน และมีคุณค่า สร้างรายได้ให้กับชุมชนจากเป็นรายได้เสริม ขึ้นมาเทียบชั้นรายได้หลักในปัจจุจบันได้ น่าสนใจทีเดียวครับ

สถานที่ต่อไปคือ ศูนย์ัจัดจำหน่ายสินค้า OTOP (TRAD OTOP CENTER) เป็นศูนย์จัดจำหน่ายสินค้าโอทอปของจังหวัดตราด ที่ตั้งสาขาไปตามท้องที่ต่างๆ ภายในจังหวัด ซึ่งสาขาเกาะช้างใต้ก็ตั้งอยู่ที่สลักคอก รวบสินค้ามากมายที่มีอยู่ในเกาะช้างมาไว้ที่นี่ที่เดียว ครบถ้วน

นอกจากเป็นไกด์กิตติมศักดิ์ แล้วมื้อเที่ยงท่านายก ยังต้องเลี้ยงพวกเราอีก
งั้นรวมรูปของท่านนายกจักรกฤษณ์ สลักเพชร ท่านายกที่ตั้งใจทำงานเพื่อท้องถิ่นจริงๆ พวกเราขอปรบมือให้ท่านดังๆ ไว้ตรงนี้เลยครับ


ไม่ไกลจาก TRAD OTOP CENTER มากนัก เป็นที่ตั้งของชมรมนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก ชมรมนี้น่าสนใจครับ การบริหารจัดการอยู่ในขั้นเรียกว่าสำเร็จดีเยี่ยมคนในท้องถิ่นมีหุ้นอยู่ในชมรม จึงทำให้ชาวบ้านตระหนักและให้ความสำคัญ และใส่ใจดูแลชมชนของเค้า โดยเฉพาะทรัพยากรทางการท่องเที่ยว ว่าไปแล้วกิจกรรมท่องเที่ยวของที่นี่ มีหลากหลายมากครับ ตั้งแต่พายเรือล่องป่าชายเลน ไปยันชมการแสดงพื้นบ้านของที่นี่ เสียดายพวกเรามีเวลาไม่มากสำหรับการท่องเที่ยวตามเพ็คเกดตของการท่องเที่ยวของชมรม แต่การได้ลงไปพายเรือชมบรรยากาศแค่เพียงเสี้ยวเดียวของชุมชนที่นี่ ก็ทำให้เรารับรู้ความรู้สึกหากได้เที่ยวแบบสมบูรณ์แบบของที่นี่ได้
ออกจากสลักคอก เราก็ตีตั๋วยาว เพื่อไปอนุสรณ์แห่งยุทธนาวีเกาะช้าง ซึ่งเป็นสถานที่สถิตย์แห่งดวงวิญญาณทหารกล้าใน "ยุทธนาวีเกาะช้าง" ผมได้อ่านป้ายจารึกเรื่องราวของวีกรรม รู้สึกภาคภูมิใจในความกล้าหาญของวีรชนทหารกล้าของเราไม่น้อยเลย ส่วนบรรยากาศรอบๆ สถานที่ จัดได้ว่าสวยงามขั้นสุดยอดจริงๆ แต่ขอบอกว่า เส้นทางไปยังสถานที่แห้งนี้ หฤโหดเอาการเหมือนกันแถมบางช่วงยังเป็นทางลูกรังอีกต่างหาก ถ้าฝนตกไม่ควรคิดอ่านที่จะไปที่นี่ครับ แนะนำไว้ก่อนเลย

สถานที่สุดท้ายสำหรับวันนี้ นั่นก็คือ นาใน ซึ่งจริงแล้วเมื่อคืนท่านนายก ได้พาพวกเรามาชมหิ่งห้อยแล้วครั้งหนึ่ง แต่บรรยากาศในช่วงกลางวัน และยิ่งตอนพลบค่ำด้วยแล้ว สวยงาม ได้บรรยากาศ สดชื่นไม่น้อยเลยทีเดียว.....
สำหรับวันนี้คงไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ เหนื่อยดีเหมือนกัน พรุ่งนี้ว่ากันใหม่ครับ
วันที่ 4 วันสุดท้าย จริงๆ แล้วตามแผนงานที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก ในทริปนี้จะมีการลงเรือเพื่อท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ รวมไปถึงการลงเรือไปไดหมึกในช่วงกลางคืน ที่สำคัญควรจะได้ดำน้ำดูปะการังอีกต่างหาก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดกันทีเดียว แต่เนื่องจากเวลาที่เรามีบนเกาะเพียงแค่เพียง 4 วัน กิจกรรมใดที่ต้องใช้เวลายาวนานไป ก็เลยจำต้องตัดออกในทริปนี้ แต่แม้ยังไม่ครบถ้วนทุกสิ่ง แต่ก็อาจจะทำให้หลายๆ ท่านที่ยังมองหาที่ท่องเที่ยวในร้อนนี้ ได้บรรจุ "เกาะช้าง" ไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยวของท่าน และไปเติมเต็มจุดท่องเที่ยวที่พวกเรายังไม่ได้นำเสนอในเรื่องราวนี้ด้วยตัวท่านเอง "สิบปากว่าไม่เท่าตาดู ร้อยตาดูไม่สู้ได้สัมผัสเอง"
แล้วก็อย่าลืมส่งภาพความประทับใจของท่านมาให้เราได้ชื่นชมด้วยนะครับ

สองสามวันที่แล้ว เราตะเวนไปที่อื่นๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ ไหนๆ วันนี้จะกลับแล้ว ก็ขอเก็บภาพตรงชุมชนชาวประมงบ้านบางเบ้า และขอขึ้นไปไหว้ สักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เพื่อเป็นศิริมงคลให้เดินทางปลอดภัยกันสักหน่อยครับ

ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ที่แต่ก่อนเป็นเศษขยะเหลือทิ้งต้องกำจัด แต่ปัจจุบันกลายเป็นสินค้ามีราคา และทำรายได้ให้ชาวบ้านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว













ยากไปเกาะช้างมาก
ตอบลบเห็นแล้วอยากไปมากๆเลย
ตอบลบแต่คงต้องหารายได้พิเศษเก็บเงินไปเที่ยวแล้วแหละ
ขอบคุณมากครับ
รูปสวยดีอะครับ